พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2497 ที่จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเล่นว่า ตู่ หรือที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตู่" จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร จบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23 ชีวิตราชการทหารรับราชการอยู่ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือ ทหารเสือราชีนี มาโดยตลอด โดยเริ่มมาจากตำแหน่งผู้บังคับการกองพัน จนถึงผู้บังคับการกรม จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และรับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1
ในเหตุการณ์รัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ที่มีพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินเป็นหัวหน้าคณะ พลตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา (ยศในขณะนั้น) ก็เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการยึดอำนาจด้วยรับคำสั่งตรงจาก พลโทอนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) หลังจากนั้นเมื่อ พลโทอนุพงษ์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกและเลื่อนชั้นยศเป็น "พลเอก" พลตรีประยุทธ์ก็ได้เลื่อนชั้นยศขึ้นเป็น "พลโท" และรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. อีกด้วย
พลเอกประยุทธ์ เป็นนายทหารที่มีความสนิทสนมกับพลเอกอนุพงษ์เป็นอย่างมาก ด้วยความเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาตลอดในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ โดยพลเอกประยุทธ์นับถือพลเอกอนุพงษ์เสมือนพี่และอาจารย์คนหนึ่งของตน โดยพลเอกประยุทธ์เป็นนายทหารที่มีบุคลิกที่อ่อนนุ่ม โดยมักติดคำว่า "นะจ๊ะ" ต่อท้ายการพูด จึงได้รับอีกชื่อหนึ่งจากสื่อมวลชนว่า "ตู่นะจ๊ะ" ชีวิตส่วนตัวสมรสกับรองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา อาจารย์ประจำสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบุตรสาว 2 คน คือ นางสาวธัญญา จันทร์โอชา และนางสาวนิฏฐา จันทร์โอชา
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลปัจจุบัน) แต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจากพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553 [โดยวาระการดำรงตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และ เป็น หนึ่งใน คณะดำเนินคดีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา พ.ศ. 2554

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคมาตุภูมิ เป็นประธานเสนอแนวทางสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าว่า ก็ว่ากันไป แต่อยากถามว่าขั้นตอนจบหรือยัง ส่วนที่จะมีการเสนอให้มีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนดำเนินการในเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งไม่ใช่เรื่องของทหาร คนมีหน้าที่เขาก็ทำไป
เมื่อถามว่า แต่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า "ก็เป็นเรื่องของประชาธิปัตย์ ผมเป็นใครล่ะ ถามว่าผมเป็นพรรคการเมือง พรรคประเทศไทยหรือยังไง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเชื่อมโยงกับการนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับเข้ามา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบตรงนั้น สื่อเองยังนำเสนอข่าวไม่ตรงกัน บางฉบับก็บอกว่ากลับ บางฉบับก็บอกว่าไม่กลับ สื่อก็ไปนำเสนอให้ตรงกันเสียก่อน แล้วค่อยมาถาม"
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่เรื่องความปรองดองเกี่ยวข้องกับการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความปรองดองคือการที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับในกติกา กฎหมาย บ้านเมือง และต้องยอมรับด้วยความพอใจ ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาต่อไปเรื่อยๆ ก็ไปทำให้ทุกคนยอมรับก่อน ถ้ายอมรับกันไม่ได้ ก็ต้องทำกันต่อไป ไม่ใช่มาถามว่าได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่ได้ก็ฆ่ากันหมดทั้งประเทศ จะเอาไหม
เมื่อถามว่า ข้อเสนอดังกล่าวว่า ยังต้องการให้รื้อผลสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "อยากจะรื้ออะไรก็รื้อมา อย่ามาถามผม เพราะทหารไม่เกี่ยวอะไรกับตรงนั้น"
สำหรับที่มีการเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหมนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขามีกระบวนการอยู่ ทั้งคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ในส่วนของกองทัพต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจ ถ้าเขาไม่เข้าใจ แล้วบอกว่าไม่ดี ก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่า ผู้ที่เสนอแก้ไขมองว่ากฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจทหารมากเกินไป พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "เป็นเพราะสื่อให้อำนาจผม มาถามผมมากไป ถามทุกเรื่อง จึงรู้สึกว่าผมมีอำนาจมาก สื่อก็อย่าถามในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับผม ผมเกรงใจเลยตอบให้คุณ ทหารทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎ กติกา กระทรวงกลาโหม เป็นกลไกของรัฐบาล ไม่ใช่อำนาจนอกระบบ หากมีเรื่องมีราวคนที่เกี่ยวข้องก็แก้ไขกันไป อย่าเอาทหารเป็นคู่กรณี เพราะทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้ง" ผบ.ทบ.กล่าว และส่วนกรณีที่ นางนิชา หิรัญบูรณะ/ธุวธรรม ภริยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ซึ่งเป็นทหารที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กระชับพื้นที่เมื่อเดือนเมษายน 2553 นั้น ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับบัญชาและเขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องดูแล แต่ต้องรู้ว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน